Kritana's profileKo..Ko.._soon_kungPhotosBlogListsMore Tools Help

Ko..Ko.._soon_kung

no time to wait, no time to waste

Kritana Prueksakorn

Occupation
The show must go on
No list items have been added yet.

Windows Media Player

There are no music lists on this space.
Photo 1 of 23
More albums (24)
No list items have been added yet.

test

โดน

พ่อทำงานอาบแดดถูกแผดเผา ลูกดื่มเหล้าฟังเพลงคลื้นเครงเหลือ แม่ขายผักกินข้าวเคล้ากับเกลือ ลูกเอื้อเฟื้อพาสาวเที่ยวเลี้ยวโฮเตล พ่อหาเงินส่งลูกเรียนเพียรอุตส่าห์
ลูกติดยาคบเพื่อนชั่วมั่วให้เห็น แม่กระหายดื่มน้ำคลองตอนกลองเพล ลูกทะเล้นจิบวายแดงแพงจับใจ พ่ออดอยากไม่เคยบ่นทนลำบาก ลูกมักมากเพศสัมพันธ์มันชิบหาย
แม่ทอผ้าปลูกหม่อนหารายได้ ลูกหญิงชายเที่ยวสนุกโรคติดตัว พ่อสูบน้ำเข้าแปลงนาปลูกข้าวกล้า ลูกมัวเมาการพนันหมั่นหาผัว แม่หาบน้ำเลี้ยงเป็ดไก่ทำสวนครัว
ลูกใจชั่วใช้เงินเพลินเดินหลงทาง พ่อขายวัวส่งควายเรียนเวียนศรีษะ ลูกตะกะกินฟาสฟู๊ตพูดกว้างขวาง แม่ปวดเมื่อยสู้งานหนักไม่ละวาง
ลูกสำอางใช้ของแพงแข่งสังคม พ่อผอมแห้งเรื่ยวแรงน้อยด้อยอาหาร ลูกประพฤติอันตพาลล่าเสพสม แม่เป็นดอกทบต้นหมดอารมณ์ ลูกเขี้ยวคมฆ่าพ่อแม่ก่อนแก่ตาย

ลาก่อน เหมียวของฉัน

หลังจากทนทรมานจากอาการป่วยด้วยโรคพยาธิในเม็ดเลือดมาเป็นเวลากว่าสามเดือน
เจ้าเหมียวสีขาวของฉันก็ได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบในเช้ามืดวันที่ 8 ธ.ค.
 
ขอให้อีเหมียวเกิดใหม่ขึ้นมาเป็นต้นอีเหมียวแสนสวยที่สวนหลังบ้าน
>_<

Life

สองเดือนที่ผ่านมา มีความจำเป็นที่ต้องจากเพื่อนคนสำคัญ ในชีวิตไปถึงสองคน
 
แปลกนะที่บ่อยครั้ง คนบางคนซึ่งรู้จักกัน เรียนด้วยกัน ทำงานด้วยกัน หรืออาศัยอยู่ด้วยกันมานานนับสิบปี แต่กลับไม่ได้ก่อให้เกิดความผูกพันใดๆ
 
แต่บางครั้ง เพียงได้พบกับคนบางคนเพียงช่วงเวลาสั้นๆ  เราต่างเอ่ยเรียกกันและกันว่า "เพื่อนสนิท" ได้อย่างไม่กระดากใจ
 
แม้ตอนที่จากกันเราจะไม่ได้เอ่ยคำร่ำลาอะไรมากมาย แต่เราต่างรู้กันอยู่ ว่าเราจะคิดถึงกัน
 
(แต่รู้สึกจั๊กจี้มาก เกิดมาเพิ่งเคยเจอผู้ชายขอกอดกลางตลาด)
 
แม้เราต่างพยายามปลอบใจกันและกัน ว่าวันนึงเราคงจะได้พบกันอีก แต่เราต่างก็รู้กันดีอีกนั่นแหละ ว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกัน
 
ได้พบ  พูดคุย  เรียนรู้  ผูกพัน และ  พลัดพราก  นั่นล่ะ "ชีวิต"
 
 
 
 

ไม่บังเอิญ

 
 
***********************************************************************************
**************************************************************** 
 
 ขอฝากความทรงจำดีๆ ที่มีทั้งความเศร้าและความสุข ตลอด 6 ปี ไว้ตรงนี้ เผื่อจะได้เป็นพื้นที่ให้ได้กลับมาแอบอมยิ้ม ให้กับชีวิตของตัวเองในวันทั้งสุขและเศร้าเก่าๆได้อีกครั้ง
 
---------------------------
-------
--
 
"เฮ้ย นี่หรอวะ น้องรหัสกรู ไหนมึงสัญญากับกรูว่า จะเลือกน่ารักๆ มาให้ไงว้า"
 
"โทดทีว่ะ จะไปล๊อคให้มันได้มาเป๊ะๆ มันก็น่าเกลียด แต่เฮ้ย น้องเค้าก็ดูท่าทางน่ารักเรียบร้อยดีนะเว้ย เพื่อนเลือกให้ไม่พอใจได้ไงวะ"
 
"เอาน่ะ ก็เลือกมาแล้ว แต่แอบเซ็งฟ่ะ จำวั้ย นะเมิง"
 
**** นั่นเปนความบังเอิญที่เริ่มต้นให้เราได้รู้จักกัน ****
 
--  เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งหน้าตาท่าทางเรียบร้อยมากมาย ดูทอมๆ เชยๆ นิดๆ 
ลักษณะการแต่งตัวยังคงเค้าความเป็นนักเรียนมัธยมอยู่เต็มตัว
ทั้งที่ได้ชื่อว่าเป็นนักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  --
 
--  จากที่ได้ดูแล พูดคุย หยอกล้อกันซักระยะ ตามหน้าที่ของพี่รหัสทั่วๆ ที่ควรทำกัน
ความรู้สึกประทับใจในความคิดของเด็กผู้หญิงเชยๆ คนนั้นก็มีมากขึ้นๆ และมากขึ้น  --
 
--  จากวันที่อยากให้น้องรหัสรู้สึกดีในตัวพี่คนนี้ ด้วยการฉลองวันเกิดให้
เพียงแค่เจตนาที่ว่า อยากให้น้องประทับใจว่า เราเป็นพี่ที่ใจดีจริงๆ
เรื่องราวกลับกลายเป็นว่า เด็กเชยๆ คนนั้น ทำให้พี่ชายคนนี้
สงสัยขึ้นมาซะแล้ว ว่าความรู้สึกดีๆ อย่างบอกไม่ถูกที่เกิดขึ้นกับน้องเค้ามันเริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ --
 
--  รูปถ่ายสติกเกอร์ใบเล็กๆ ที่ได้มาจากงานวันเกิด กลายเป็นของมีค่า ที่ถูกเก็บอย่างดี --
 
--  จากที่เคยด่าคนอื่นว่า เอาสติกเกอร์ไปติดกระเป๋าสตางค์ให้มันเปื้อนทำไม แล้วพอกระเป๋าสตางค์พัง ก็ต้องทิ้งรูปไปซะอีก
วันนี้กระเป๋าตังค์ของผู้ชายขวางโลกคนนั้น ก็ยังคงถูกหยิบขึ้นมาเพื่อดูรูปในวันนั้น --
 
--  จากชีวิตนักศึกษาจนๆ ทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียน ที่แสนน่าเหนื่อยหน่าย
ก็ได้กลับมามีชีวิตชีวา ที่ได้โทรไปคุย ก่อนนอน
ให้มากครั้งที่สุดเท่าที่พอจะนึกเมกเรื่องไปคุยได้ --
 
--  แอบอมยิ้ม ดีใจ ที่ได้ อ่านข้อความน่ารักๆ ที่เธอคอยตอบกลับมา --
 
-- นั่งเสียใจในวันที่มือถือหายเพราะเสียดายข้อความที่สะสม --
 
--  เป็นกังวลว่า เอ น้องเค้าจะรู้ตัวมั้ยนะ ว่าเรารู้สึกยังไง --
 
--  ไม่สบายใจ ที่เค้าไม่ว่างคุย ว่า เอ๊ะ หรือว่าน้องเค้ารู้ว่าเราคิดอะไร เลยคุยกับเราไม่เหมือนเดิม ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่า เค้าเรียนหนักมาก --
 
--  ไปหาที่มหาลัย ด้วยข้ออ้าง ร้อยแปด แต่จริงๆ คือเพราะอยากเจอ --
 
--  ได้กินข้าวด้วยกัน และได้รู้ว่าหอพักอยู่ที่ไหน ก็แอบเอาไปดีใจมากมาย --
 
--  รู้ทั้งรู้ว่า น้องมีสอบ ก็ไปหา แต่ไม่กล้ารบกวน ก็ได้แต่มองหลังคาตึกหอพัก --
 
--  กิจวัตร ประจำวันที่เกิดขึ้น ยังคงเหมือนเดิม และเหมือนเดิม จนเวลาผ่านไปหนึ่งปี  --
 
--  ไอ้ขาเจ้ากรรม ที่มันเจ็บแล้วเจ็บอีกมาตั้งแต่สมัยมัธยม แต่ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเสียที ด้วยปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย
ก็เกิดเจ็บจี๊ด และ เกิดอาการขาหลุดกลางถนน อยู่บ่อยครั้ง จนทนไม่ได้ --
 
--  เลยจำเป็นต้องเอาเงินที่เก็บจากทำงานพิเศษ ไปเป็นค่าผ่าตัด
ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างยุ่งยากเอาการ เพราะเก็บอาการไว้จนรักษายากแล้ว  --
 
--  ด้วยเวลาผ่าตัดที่ยาวนาน ยาบล๊อคหลังที่ใช้สำหรับการผ่าตัด ไม่สามารถให้เกินขนาดได้
หมอจึงชะลอการให้ไป เพราะคาดว่า การรักษาคงทำได้ภายในขีดจำกัด --
 
--  แต่โชคร้ายในความโชคร้ายก็ซ้ำเติมเข้ามา ยาชาบล๊อคหลังหมดฤทธิ์
ความเจ็บที่แผลถาโถมเข้ามา อาการหายใจไม่ออกก็เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิต มือก็ป่ายปัดไปทั่ว
 
โดยไม่ได้ระวังถึงแผลที่กำลังผ่าตัด คุณหมอจึงจำเป็นต้องเอายาสลบให้ดม เพื่อให้หลับไปอย่างรวดเร็ว --
 
--  แทนที่จะไม่ต้องดมยา เพื่อลดอาการวิงเวียนหลังการผ่าตัด ก็กลับกลายเป็นว่า
รับไปทั้งสามอย่างทั้ง บล๊อคหลัง ทั้งยาสลบ ทั้งแผลผ่าตัด  --
 
--  หลังจากผ่าตัดแล้ว อาการสลึมสลือ จากฤทธิ์ยา ทำให้ความเจ็บปวดยังคงเบาบาง
แต่หลังจากญาติพี่น้อง และเพื่อนกลับกันไปหมดแล้ว ความซวยก็บังเกิด --
 
--  จากผลของฤทธิ์ยาที่เกิดหมดขึ้นมา และนอกจากความเจ็บปวดจากแผลที่รู้สึกว่าแสนสาหัส
ยังมีความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อหลังที่โดนยาชาในปริมาณมาก --
 
--  ผลก็คือ คืนนั้นก็ได้แต่มองเข็มวินาทีนาฬิกาเดินไปทีละครั้ง ทีละครั้ง และทีละครั้ง
ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มตรง จนถึงเวลา 8 โมงเช้า โดยที่มีคนป่วย นอนเรียงรายอยู่รอบข้างเต็มไปหมด  --
 
--  เป็นคืนที่ยาวนานที่สุดในชีวิต  --
 
--  ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น น้องเค้าก็มีความจำเป็นต้องไปต่างจังหวัด  --
 
--  ก็เกิดความเสียใจอยู่ลึกๆ ที่อยากให้เค้ามาเยี่ยมบ้าง แต่ก็ด้วยความเข้าใจในตัวเอง
ว่าตัวเรามันก็เท่านี้ ไม่ได้มีค่าอะไรสำคัญกับใครที่ไหน
จะให้ใครมาห่วงใยอะไรนักหนา เลยทำใจได้ง่ายๆ  --
 
--  จนในเวลาเช้าที่ครอบครัวมาเยี่ยม และพี่สาวนำจดหมายหนึ่งฉบับมาให้ --
 
--  ในจดหมาย มีแทรกรูปถ่ายไว้หนึ่งใบจากคนสำคัญคนนั้น --
 
--  ยิ่งกว่ามหัศจรรย์ แค่จดหมายฉบับเดียว และ รูปถ่ายหนึ่งใบ ความเจ็บปวดทั้งหมด ก็พลันหายไปได้  --
 
--  เป็นความบังเอิญว่าอาการเจ็บปวดต้องหายในเวลานี้อยู่แล้ว หรือ เพราะฤทธิ์ยาแก้ปวดที่กินเข้าไปกันแน่ ก็ไม่สามารถบอกได้
(ทั้งๆ ที่คืนก่อนหน้า ยาแก้ปวด ก็ไม่เห็นช่วยอะไรได้ซักนิด)  --
 
--  ความรู้สึกขอบคุณในใจมันเอ่อล้นออกมา ว่า คนๆ นี้ล่ะ ใช่ที่สุดแล้ว --  
 
--  นึกย้อนไปแล้ว ก้ออดให้ขำไม่ได้ ว่ากี่ครั้งๆ ที่มีอาการปวดขาอย่างรุนแรง ก่อนผ่าตัด
ต่อหน้าเธอ เราจะสามารถทำให้แข็งแกร่งได้ทุกครั้ง --
--  ทั้งที่ เคยมีอยู่หนึ่งครั้ง เคยขาหลุดก่อนหน้าจะได้เจอกันไม่กี่นาที เพื่อนยังต้องช่วยประคองให้เดิน
แต่เพียงเจอเท่านั้น กำลังมันก็ไม่รู้มาจากไหน สามารถเดินได้เหมือนปกติ --
 
"เก่งเหลือเกินนะ ต่อหน้าน้องเค้าเนี่ย ลับหลังไม่เห็นเปนงั้นเลยนะ แสดดดดด" คำพูดที่เพื่อนๆ พูดกันอยู่เป็นประจำ
 แปลกดีนะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรที่แปลก --
 
--  จนถึงวันนี้ ภาพเธอในทุกๆ ที่ก็ยังอยู่ในความทรงจำ ทุกๆ ที่ๆ เคยทานข้าวด้วยกัน --> ร้านอาหารย่านอนุสาวรีย์, โรงอาหารเก่าตรงข้ามตึกหอพักที่ตอนนี้โดนยุบเป็นลานโล่ง, โรงอาหารที่ปัจจุบันก็ยังใช้อยู่สองที่ ทั้งวันที่คุณพ่อเรามาหาหมอ หรือเรามาเอง หรือมาบริจาคเลือด, mac ที่มาบุญครอง ก่อนไปดูหนังเรือง the letter หนังเรื่องเดียวที่เคยดูด้วยกัน, วันที่ไปเที่ยวdream world ด้วยกัน, คืนที่เธอไม่สบาย เข้าโรงพยาบาลกลางดึก แล้วเราไปเยี่ยมแต่คลาดกัน, ทุกๆ ปีที่เราต่างคอยอวยพรวันเกิดให้กันและกัน ไม่ว่าจะทานข้าวด้วยกัน หรือส่งข้อความ หรือของขวัญต่างๆ,
และที่ทำให้ประทับใจได้มากที่สุด คือ วันที่ได้ขี่จักรยานผ่าน loving way ม. เกษตรฯ บางเขน
อยากให้เวลามันหยุดอยู่ตรงนั้นตลอดไป.
 
แต่เสียดายที่ตำนาน loving way  ในสมัยนี้มันคงไม่เป็นจริง จึงทำให้เรื่องราว ต้องลงเอย ออกมาอย่างที่มันไม่ควรจะเป็น...
 
ด้วยเรื่องแย่ๆ บางเรื่องที่บังเอิญเกิดขึ้น เรื่องที่ไม่นึกว่า มันจะเกิดขึ้นได้ กับชีวิตจริง
เรื่องเข้าใจผิด ที่เธอคงไม่ได้อยากรู้ถึงความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด
 
ถ้าเลือกได้ อยากเกิดเปนคนในละครตอนสองทุ่ม เพราะสุดท้าย ความจริงทั้งหมด ก็ยังได้ถูกเปิดเผย
และทุกๆคนก็ได้ปรับความเข้าใจกัน
 
แต่เอาเถอะนะ มีคนเคยพูดไว้ว่า ชีวิตจริง มันยิ่งกว่าในละคร
 
เข้าใจว่า ความรักมันไม่จำเป็นต้องจบด้วยการลงเอยกันอย่างมีความสุขเสมอไป 
แต่ แค่รูปหนึ่งใบ ก็ทำให้เราดีใจจนความเจ็บปวดจากการผ่าตัดครั้งนั้นหายไปเป็นปลิดทิ้ง
ความเย็นชาที่ได้รับในตอนนี้ มันก็ทำให้รู้สึกเจ็บปวดใจจนบอกไม่ถูก
เคยเฝ้าบอกตัวเองอยู่หลายครั้งว่าให้ตัดใจก่อนที่น้องเค้าจะรู้ความรู้สึกเรา เพราะไม่อยากให้ความสัมพันธ์ดีๆ ต้องเปลี่ยนไป
แต่เสียใจที่ไม่เคยทำได้ สักที และวันนี้ เหมือนทุกอย่างมันจะสายไป
ความสนิทสนมของเราค่อยๆ ลดลงและลดลง
อาจเปนเพราะเธออึดอัดที่ต้องคุยกับเรา
 
หรือถ้าจะขอแอบคิดเข้าข้างตัวเองสักนิดนึง
ก็ขอคิดไปเองละกันว่า
เธอคิด... ว่าเราคือคนที่ไม่ใช่
และเธอก็รู้... ว่าเราคงไม่เปลี่ยนใจ
ด้วยความหวังดี จึงทำห่างเหิน เพื่อให้เราตัดใจ ......
 
เพราะไม่ว่ายังไง เธอก็คือคนที่"ดี"ที่สุด ในสายตาเรา ตลอดมา และก็คงจะเป็นอย่างนั้น ตลอดไป
สุดท้ายก็แค่เสียใจ เพราะทุกอย่างเป็นเพียงความบังเอิญ
 
ขอบคุณเวลา 6 ปีนี้ที่แสนมีความสุข
ขอบคุณความรู้สึกดีๆ ที่เธอเคยมีให้ มันช่างมีค่ามากมาย
ขอเก็บทุกอย่างเอาไว้ในพื้นที่เล็กๆ ที่เรียกว่า หัวใจ ไม่เปลี่ยนแปลง

Rotaract ที่รัก

เอ้า ขอเสียงคนรักโรฯ หน่อยเร้วววววว.....วววว

Admit

ฝากถึงหนูๆ น้องๆ ที่กำลังจะเตรียมแอดมิด ที่น่าร้าก น่ารัก ทุกคนนะคัฟ
 ฝากให้คิดถึงตอนเลือกคณะให้ดีๆ น่ะว่า เราอยากเป็นอะไร ไม่ใช่เราอยากเป็นนักศึกษาที่ไหน
 เราเรียนมาเพื่อให้เป็นเจ้าของอาชีพ ไม่ได้เรียนมาเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัย 
 อย่าไปติดกับรูปภายนอกที่ดูดีของมหาลัยปิดดังๆ มากจนเกินไปนัก
 ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ นะ เด็กๆ
 ถ้าเราชอบวิศว คอมพิวเตอร์ อยากเป็นมากกกกกกกกกกกกกกกกก หรือ หนูอยากเป็นนักบัญชี ใจจะขาดรอนๆ
 แล้วเราไปผูกกะสุดยอมมหาลัย เช่น จุฬา เท่านั้น แต่คะแนน แอดมิด เราไม่ถึง ซวยละสิ
 แล้วทำยังไงดีล่ะ
 ลองมองที่อื่น มั่งดีมั้ย
 ที่อื่น ที่เค้าไม่โด่งดัง ไม่ได้โก่ง ค่าตัว เหมือนขายส้มตำในห้าง สามติ๊บ ร้อยแปดสิบ
แต่ข้างนอกเป็น สามห่อ เก้าสิบ แต่มันก็เป็นส้มตำเหมือนๆกัน แถมอาจหร่อยก่าด้วย
 ไปเลือก วิศวะคอม บางมด หรือ บันชี มอกาเสด
 ซึ่งคุณภาพ ก้อบ่ได้ต่างอารัย กะจุฬาสักเท่าไหร่
 ซึ่งถ้าฝืนเลือกไปแล้ว อาจจะแห้วก้อได้ เลือกแล้วเลือกอีก ก้อมะติดสักที เอ้า ฆ่าตัวตายเรยพี่น้อง งานนี้ 
(อยากดู เชียร์ๆ ทรัพยากรบุคคลที่ ไม่มีค่าตายๆ ไปได้ก้อดี เหอๆ)
 ทั้งๆที่ ถ้าเข้าที่อื่น อาจจะเป็น วิศวกร คอมพิวเตอร์ ชื่อก้องประเทศ ค้นคว้าไวรัสคอมพิวเตอร์ทำลายอเมริกาได้
 หรืออาจจะได้เปน ผู้ตรวจสอบบัญชีจอมโหด ยึดทรัพย์บักแม้วที่ซุกหุ้นตามไหได้หมดสิ้น
 อะรัยเทือกนั้น ทั้งๆที่ เราก็ไม่ได้เป็นนักศึกษามหาลัยสุดยอดเทือกนั้น ด้วยซ้ำไป
(คุณไตรภพ จบรามฯ นะครับพี่น้อง)
 
 ฝากข้อคิดอีกนิดสส์ นึง เรื่องเดิมแหละ แต่ยกตัวอย่างภาพ เพิ่ม
 ถ้าสมมติว่า เรากะลังเดินๆๆ ไปหาจุดหมายแต่เราเลือกทางสั้น เพื่อนเยอะแยะเท่ห์ๆ ทั้งนั้น ถนนปูพรม
 แต่คนเบียด ซะยัดเรย ร้อนก้อร้อน เหนื่อยก้อเหนื่อย หายใจไม่ออก เร่งความเร็วก้อไม่ได้ แย่งกันเดินใหญ่ แอบเบียดแอบผลัก เผลอๆ จะเป็นลมด้วย
 กะไปเลือกอีกทางนึง ยาวกว่าหน่อย วิวอาจไม่สวย ถนนประหลาด กลุ่มคนแอบโลโซ
แต่เดินสบาย มีเพื่อนน่ารักน่าคบพอประมาณ 
 ชีวิตที่มีความสุขหยั่งงี้ อาจนำไปถึงเส้นชัยได้เร็วกว่าก็ได้ คัยจะรู้
 
อีกอันๆ
 สมมติกันให้เห็นจะๆ ว่า เกษตรเป็นมอเตอร์ไซด์ ยามาโฮ่ จุฬา เป็น รถเก๋ง วอลว่า
 รถเก๋ง อาจจะเท่โก้กว่า สปีดอาจจะสูงกว่า
 แต่ถ้าขับมอไซด์ ดีๆ ใช้หัวสักนิด เข้าซอยน้อยใหญ่ให้เป็น
 มอเตอร์ไซด์ คันน๊อย ก็อาจจะถึงเป้าหมายได้เร็วกว่าก้อได้นะครับพี่น๊อง ไม่กินน้ำมัน ไม่เสียสุขภาพจิดล่วยยยยยยยย
  อีกอย่างที่สำคัญมากที่อยากจะฝากเตือนนะเด็กๆ
 อย่าเก็บหนังสือดองไว้อ่านก่อนสอบรวดเดียว ด้วยเหตุผลที่ว่า อ่านไปก้อลืม ไว้อ่านใกล้ๆ ดีกว่า จะได้จำได้แม่นๆ
 ให้เรานึกถึงว่าเรากะลังปลูกต้นไม้อ่ะ แล้วเราจะไปเร่งให้มันโต ในสามวันเจ็ดวันได้รึเปล่า มันทำกานบ่ได้หรอก
 ถึงจะใส่ปุ๋ยเป็นกระสอบ ให้น้ำเป็นปี๊บ ร้องเพลงให้ฟัง อุ้มไปรับแดดเต็มๆ ทั้งวัน กลางคืนแถมสปอร์ตไลท์เผื่อโตอีก ก้อเหอะน่อ
อย่างมากให้โตสามมิลเรย เอ้า เจ็ดวันเนี่ย
 (เผลอๆ ไอ้น้ำเป็นปี๊บ กะไอ้แดดจัดๆ เนี่ย จะทำต้นไม้ตายอีก ก้อเหมือนอ่านหนังสือหนักๆ ไปสอบแล้วมึน หรือท้องเสียนั่นแหละ)
 แต่ถ้าเราหมั่นให้มันทีละเล็กละน้อย ค่อยๆ เติมเข้าไป วันต่อวัน เดือนต่อเดือน ปีต่อปี ให้ปุ๋ยวันละเม็ดสองเม็ด ให้น้ำวันละ สามช้อนชา
 มานก็จะโตเป็นต้นไม้ที่ออกดอกออกผลงดงามอย่างที่เราหวังไว้เองล่ะน่า
 ยังไง ก็ สาธุ ขอให้นักเรียนที่น่ารักของพี่ทุกคนในปีนี้ สอบติดๆๆๆๆๆๆๆ อันดับหนึ่งที่หวังไว้ทุกคนเรยนะค้าบบบบบบบบบ

จุดยืน

มีหลายคน เสนอความห่วงใย ว่า เปลี่ยนนั่นสิ เปลี่ยนนี่สิ แล้วมันจะดีขึ้นอย่างนั้นอย่างนี้  ขอบคุณทุกคน สำหรับความหวังดี
 ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนไม่ฟังใครนะค้าบ แต่ถ้าได้คิดแล้วว่า มันไม่ใช่เรื่องเสียหาย ต่อทั้งเรา และผู้อื่น
 ผมก็ไม่คิดว่า มันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง  เพราะ เราก็คือ "เรา"
 ถ้าทุกคนเหมือนกันหมด โลกนี้ก้อคงน่าเบื่อ 
 ถ้าเกิดเป็นคนแล้วไม่มีจุดยืน ก็คงน่าเสียดายและควรไปคลานเป็นหมาบ๊อกๆแทน เพราะมันยืนไม่ได้
 หรือถ้ามีจุดยืนแล้วก็เปลี่ยนไปมาเป็นว่าเล่น ก็ควรไปเกิดเปนจิงโจ้  จะได้โดดไปมา สนุกเท้า
 ตอบตัวเองได้รึยัง ว่าจุดยืน ของ "คุณ" คืออะไร
 (เขียนเพิ่มๆ -> จริงๆ ประเด็นของกระทู้นี้ บ่มีอันหยังหรอก อย่าซีเรียส แค่มีคนชอบมาไล่ให้ไปตัดผม ไม่ตัดเฟ้ย มีรัยป่าว กว๊ากๆ)

เนื้อเพลง superman ชอบความหมายมาก

 
 
Title: Five For Fighting - Superman lyrics
Artist: Five For Fighting

I can’t stand to fly..... I’m not that naive..... I’m just out to find..... The better part of me
I’m more than a bird..... i’m more than a plane..... More than some pretty face beside a train
It’s not easy to be me
Wish that I could cry..... Fall upon my knees..... Find a way to lie..... About a home I’ll never see
It may sound absurd...but don’t be naive..... Even heroes have the right to bleed
I may be disturbed...but won’t you concede.... Even heroes have the right to dream
It’s not easy to be me
Up, up and away...away from me
It’s all right...you can all sleep sound tonight
I’m not crazy...or anything...
I can’t stand to fly..... I’m not that naive..... Men weren’t meant to ride..... With clouds between their knees
I’m only a man in a silly red sheet..... Digging for kryptonite on this one way street
Only a man in a funny red sheet..... Looking for special things inside of me
Inside of me..... Inside me..... Yeah, inside me..... Inside of me
I’m only a man..... In a funny red sheet..... I’m only a man..... Looking for a dream
I’m only a man..... In a funny red sheet.....
And it’s not easy, hmmm, hmmm, hmmm...
It' s not easy to be me .....................................................

งดรับนิมนต์

ด้วยเหตุที่ว่า พึ่งจะตรวจดวงชาตาตัวเอง อย่างพินิจพิเคราะห์ หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆไป
ผลทำนายคือ 
"อสุรินทร์หมุนทับลัคณา มฤตยูโคจรมาถึงอาสัญ"
ในช่วงเวลา จากต้นปี จนถึงวันที่ 22 ตุลาคม 2550
จะเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของชาตา มีเคราะห์ค่อนข้างหนักมาก (ถึงอาสัญนะครับ)
วิธีแก้เคราะห์คือ บวช หรือ ศึกษาเล่าเรียน ให้ร่มกาสาวพัฒน์ หรือ บารมี ครูบาอาจารย์คุ้มครอง
ดังนั้น อย่าหาว่างมงายเลย
แต่ลูกหมอดูคนนี้  ของดรับกิจนิมนต์เพื่อนฝูงทั้งหมดทั้งสิ้น ยกเว้นงานบุญ งานมงคล และงานจำเป็นเท่านั้นน่ะครับ
แล้วเจอกันอีกที ผมเรียนจบพอดีตุลาเลยครับ สาธุ